ซีรีย์เกาหลี ภาพยนตร์

5/5

Disney+

Disney+

Disney+ คืออะไร? ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่คุณควรรู้

Disney+ เป็นบริการสตรีมมิ่งสมาชิกใหม่จากบริษัทผลิตภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่อย่าง Disney ซึ่ง ดิสนีย์+ จะเป็นบริการสตรีมมิ่งแบบทุกเดือนเหมือนกันกับ Netflix โดยจะมีภาพยนตร์, ซีรีส์, รายการที่อยู่ในเครือของ Disney ไว้รอให้บริการแก่สมาชิก ซึ่งจะมีซีรีส์และก็ภาพยนตร์แบบ Original ที่หาดูที่ใดมิได้เว้นแต่ดิสนีย์+ ด้วย

ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงเคยได้ผ่านตาสำหรับชื่อดิสนีย์พรัสกันมาได้ครู่หนึ่งหนึ่งแล้วแน่ๆ ซึ่งหลายคนบางครั้งอาจจะยังคงไม่เคยรู้ว่าดิสนีย์พรัส นั้นเป็นยังไงแล้วก็มีอะไรที่เกี่ยวพันกับ Disney ยักษ์ใหญ่ของแวดวงภาพยนตร์ ในเนื้อหานี้พวกเราจะมาคลายสงสัยและก็ชี้แจงถึงจุดที่พวกเราควรจะทราบเกี่ยวกับบริการนี้

สามารถรับชมได้บนอุปกรณ์ใดบ้าง?

  • Samsung Smart TV ไลน์อัพปี2015 ขึ้นไป
  • LG Smart TV ไลน์อัพ2014 ขึ้นไป
  • Amazon Fire TV
  • Roku
  • Apple TV (tvOS)
  • Android TV
  • Chromecast
  • PlayStation 4
  • Xbox One
  • Android (mobile)
  • iOS- Web browsers

ดิสนีย์พรัส มีอะไรให้รับชมบ้าง ?

จะมีคอนเทนท์แฟรนด์ไชส์ภาพยนตร์แล้วก็ซีรีส์ระดับ AAA ไว้รอบริการสมาชิกโดยจะประกอบไปด้วย คอนเทนท์จาก Disney+ จะมีภาพยนตร์ของ Disney อีกทั้งใหม่รวมทั้งเก่ารอให้บริการโดยจะมีความพิเศษตรงที่จะมีภาพยนตร์สุดคลาสสิคในชุดของ Disney Vault อีกด้วย ซึ่งภาพยนตร์ใน Disney Vault ตามธรรมดาแล้วจะเป็นภาพยนตร์ที่วางขายในช่วงแบบจำกัดมากมายๆแล้วก็จะไม่มาวางขายอีกจนกระทั่งช่วงเวลาที่ Disney เห็นควร

  • Pixar – Disney จะมีภาพยนตร์อนิเมชั่นจากสตูดิโอ Pixar แบบครบทุกเรื่องรวมถึงจะมีซีรีส์แบบ Exclusive เฉพาะบน Disney+ อีกด้วย
  • Marvel – อีกหนึ่งข้อดีของดิสนีย์+ ซึ่งก็คือการที่บริการนี้มีจะมีภาพยนตร์ของ Marvel ทั้งผองรอไว้ให้บริการ ร่วมด้วยจะมีซีรีส์แบบ Exclusive ที่แฟนคลับMarvel จำเป็นที่จะต้องมองเพื่อเติมเต็มอรรถรสสำหรับการรับดูภาพยนตร์ MCU
  • Star Wars – Disneyจะมีภาพยนตร์ในแฟรนด์ไชส์ของ Star Wars ทั้งปวงรวมถึงเหมือนกับ Marvel ที่ Star Wars จะมีซีรีส์แบบ Exclusive สำหรับดิสนีย์+ แค่นั้นด้วย National Geographic – ดิสนีย์พรัส จะมีสารคดีไว้รอให้บริการแก่สมาชิกด้วยด้วยเหมือนกัน

เป็นบริการสตรีมมิ่งประสิทธิภาพสูงโดยจะสามารถสตรีมมิ่งด้วยความละเอียดสูงสุดที่ 4K และก็รองรับการแสดงผล HDR แบบระดับสูงอย่าง Dolby Vision รวมถึงสามารถแสดงผลลัพธ์แบบ HDR10 แบบธรรมดาได้ด้วยเหมือนกัน สำหรับเรื่องของเสียงจะรองรับระบบเสียงแบบ Dolby Atmos เช่นเดียวกับบริการคู่ต่อสู้อย่าง Netflix